รับมืออากาศร้อน..พร้อมระวังเรื่องโรค

รับมืออากาศร้อน..พร้อมระวังเรื่องโรค

เรารับรู้ดีว่าอุณหภูมิความร้อนมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ อยู่ในขั้นวิกฤต ฉะนั้น ไม่ว่าจะอยู่ในฤดูไหน เรามาตรียมพร้อมดูแลสุขภาพในช่วงวันที่ต้องเจอกับอากาศร้อนๆ กันเถอะค่ะ

ระวัง...เรื่องโรค

ผด ผื่น 

สภาพอากาศร้อนมักทำกลไกการทำงานของร่างกาย ผลิตเหงื่อออกมามากกว่าปกติ เมื่อรูขุมขนชุ่มไปด้วยเหงื่ออาจทำให้เกิดการระคายเคือง อักเสบ กลายเป็นตุ่มเม็ดเล็ก ๆ แดงๆ เป็นกันได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ พบได้ตามจุดอับ เช่น ข้อพับแขน ขา คอ รักแร้ เอว หรือแม้แต่ใต้ราวนมที่มีการเสียดสีกัน 

 

Mom Can do ..

- ให้ลูกอาบน้ำบ่อยขึ้น หรือหาผ้าสะอาด ชุบน้ำซับเบาๆ บริเวณที่เหงื่อออก

- อยู่บริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

- เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่เนื้อบาง และไม่ควรรัดแน่นเพื่อลดความเสี่ยงการเสียดสีของผิวหนัง

- ตัดเล็บให้สั้น เพื่อเลี่ยงการแคะ เกาบริเวณที่เป็นผด เพราะจะทำให้เป็นแผลมีการติดเชื้อ อักเสบเป็นหนองได้ง่าย

ลมแดด 

เป็นภาวะที่เกิดได้กับทุกๆ คนเวลาที่ถูกแดดจัดๆ เพราะร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนในร่างกายได้ ทำให้มีอาการ อาการที่บ่งบอกคือ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง หรือเป็นตะคริวและมีไข้ (ต่ำกว่า 40 องศาเซลเซียส) สิ่งที่ต้องระวังคือ ไม่ควรให้ร่างกายร้อนจัดเกิน 40 องศาเซลเซียส เพราะอาจทำให้เกิดอาการชัก ช็อก อันตรายถึงชีวิตได้  

 

Mom Can do .. 

- ไม่ให้ลูกอยู่กลางแดดจัด 

-  ไม่ออกกำลังกาย หรือเล่นกลางแดดเป็นเวลานาน

- ลือกสวมเสื้อผ้าที่โปร่งสบาย สีอ่อน และเพื่อระบายความร้อน

- ดื่มน้ำให้มาก เพื่อชดเชยการเสียน้ำในร่างกาย

-  หากลูกที่มีโรคประจำตัวควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน

 

ท้องร่วง

สาเหตุมาจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนของเชื้อโรค อาการมักพบหลังจากการได้รับเชื้อภายใน 2-4 ชั่วโมง คือมีอาการท้องเสีย อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ บางครั้งมีอาการ คล้ายเป็นบิด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือดหรือเป็นมูก อาจมีไข้และปวดศีรษะร่วมด้วย หรือไม่มีไข้ยิ่งปัจจุบันพบว่า เชื้อบางชนิดทนต่อความร้อนได้ดี แม้อาหารจะปรุงสุกแล้ว เชื้อโรคก็ยังคงอยู่ จึงเป็นการยากที่จะไม่พบเจอเชื้อโรค การดูแลสุขอนามัย จึงเป็นแนวทางการป้องกันปัญหาไว้ก่อน 

 

Mom Can do ..    

- กลุ่มคนที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น  โรคเบาหวาน อาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะการติดเชื้อจะรุนแรงและทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น การดูแลที่เหมาะสมคือ 

- สร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับลูกน้อยของคุณ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ”

- ล้างมือทุกครั้ง ก่อน - หลัง การเข้าห้องน้ำ 

- ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ช้อน แก้ว ผ้าเช็ดหน้า 

 

หวัดแดด 

เป็นไข้หวัดที่ก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ เจ็บคอ มีไข้สูง จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ปากแห้ง สาเหตุเกิดขึ้นได้จากติดเชื้อไวรัส ซึ่งเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคได้บ่อย ได้แก่ Influennza Virus ยิ่งลูกร่างกายอ่อนแอ สุขภาพไม่เต็มร้อย เช่น วิ่งเล่นอยู่กลางแจ้งอยู่นานร่วมกับได้รับน้ำหรืออาหารไม่เพียงพอ เมื่อได้รับเชื้อโรคร่วมกับร่างกายอ่อนแอ ก็มีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ง่ายๆ

 

Mom Can do .. 

- เลี่ยงการวิ่งเล่นเผชิญแสงแดดนานๆ หรืออากาศร้อนจัด

- ควรเลี่ยงที่จะเข้าที่เย็น อย่างเย็นออฟฟิศที่มีแอร์ ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่ที่อุณภูมิแตกต่างจากข้างนอกในทันที

- เลี่ยงสถานที่ที่แออัด เพราะมีทั้งความร้อน ความอบอ้าว ยิ่งทำให้วิงเวียนศีรษะได้

- ให้ลูกกินอาหารอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายเป็นประจำ และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสร้างสุขภาพที่แข็งแรง  

 

ระวัง...ความปลอดภัย 

เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยในการป้องกันอันตราย อุบัติเหตุช่วงหน้าร้อน อย่าลืมว่าอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้หากเราตั้งอยู่บนประมาท ฉะนั้น คุณจึงต้องไม่ประมาทและใส่ใจทุกรายละเอียดที่เป็นเรื่องของลูก 

 

- ความปลอดภัย ความสะอาด ปัจจัยสำคัญในการดูแลเด็ก เช่น วิธีคลายร้อนบางวิธีอาจไม่เหมาะกับเด็กเล็กนัก มีความเสี่ยงเรื่องอันตราย เช่น การให้กินน้ำแข็ง หรือระวังเรื่องความสะอาดของอาหารการกินที่ลูกน้อยในช่วงเชื้อโรคชุกชุมช่วงหน้าร้อน 

 

- ไม่ปล่อยให้เด็กๆ เล่นนำ้จนเพลิดเพลินเพียงลำพัง เพราะอาจลืมระมัดระวังตัวเอง ลื่นล้ม สะดุดหกล้มบริเวณที่มีนำ้ ก็เกิดขึ้นได้  

 

ร้อนนัก.. ต้องจัด (คลายร้อน)

 

1. อาบน้ำ 

ปกติเราอาบน้ำถูกสบู่วันละ 2 ครั้ง เพื่อสุขอนามัยที่ดี หากจะอาบน้ำมากกว่านี้เพื่อเป็นการคลายร้อนให้เด็ก อาจไม่จำเป็นต้องใช้สบู่เพราะจะทำให้ชั้นผิวที่มีความชุ่มชื่นถูกชะล้างไปด้วย และยังมีหลายวิธีในการคลายร้อนที่ทำได้ 

 

2. เปิดพัดลม 

จะใช้เป็นตัวช่วย เปลี่ยนจากการเปิดแอร์ที่บ้าน มาเป็นอุปกรณ์เพิ่มความเย็นขนาดมินิ คลายความร้อนแบบง่ายๆ อย่างพัดลมธรรมดา เปิดหน้าต่างบ้านให้กว้างๆ รับลมดีๆ จากรอบบ้าน

 

3. เลือกเสื้อผ้า 

ควรเลือกวิธีการแต่งตัวให้ลูกในลุคสบายๆ ง่ายๆ เช่น เสื้อแขนสั้น ขาสั้น แบบหลวมๆ สีโทนอ่อนๆ เพื่อระบายความร้อน หรือเลือกเนื้อผ้าที่เป็นเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย เนื้อผ้าที่มีความโปร่งสบาย ช่วยระบายความร้อนได้ดี 

 

4. ท่องเที่ยว 

เลือกเที่ยวแบบธรรมชาติ สัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ สูดอากาศดีๆ ชมความงามของฝืนป่า ต้นน้ำ ใบไม้ที่เขียวขจี ก็น่าจะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของคุณและลูกๆ สดชื่นขึ้น 

 

5. เล่นน้ำ

กะละมังขนาดย่อมๆ สักใบที่มีพื้นที่พอให้ลูกลงไปนั่งเล่นน้ำ จะสนุกคลายร้อนได้ดี ก็ต้องมีอุปกรณ์เรื่องเล่น เช่น ลูกบอล ตุ๊กตา หรือของเล่นชิ้นดปรดที่ลูกชอบ เรื่องน้ำกับเด็กๆ โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน เรียกว่าเป็นของคู่กันค่ะ

 

6. เติมของว่าง

ประเภทไอศกรีม จัดเป็นของว่าง ของโปรดของเด็กๆ ด้วยการทำไอสกรีมโฮมเมดที่แครอรี่ต่ำ ช่วยคลายร้อนไดดีทีเดียว เราคอนเฟิมเลยว่า ทำได้เองง่ายๆ และหลายวิธี เช่น ไอศกรีมน้ำผลไม้ หรือไอศกรีมจากเนื้อมะม่วง แตงโม ที่คุณแค่ปั่นๆ แล้วเอาเข้าช่องฟรีส 

 

7. ระบายอากาศ 

ส่วนไหนที่ที่พอจะระบายอากาศได้ ก็ควรทำค่ะ ห้องครัว ห้องนั่งเล่น อื่นๆ โดยการเปิดม่าน เปิดหน้าต่างให้มีอากาศถ่ายเท โล่งปร่งสบาย มีลมพัดผ่านได้ ก็เป็นวิธีหนึ่งในลดระดับความร้อนในบ้าน 

 

8. กินน้ำแข็ง 

ก็เป็นส่วนหนึ่งของการคลายร้อนได้สบายๆ นั่นก็คือ การทำน้ำแข็งไส ขนมหวานของเด็กๆ แนะนำเล็กน้อยว่า นิยมหวานให้น้อยแต่เพิ่มความอร่อยและดีต่อสุขภาพด้วยผลไม้สดตามฤดูกาล เช่น  แตงโม มะม่วงสุก เท่านี้ก็หวานฉ่ำ ชุ่มชื่นแล้วค่ะ

 

9. ใช้ผ้า 1 ผืน 

เลือกขนาดพอเหมาะมือ นำไปชุบน้ำเย็นพอหมาดๆ นำมาเช็ดตามตัว ส่วนที่รู้สึกว่าร้อนเหนอะหนะ เช่น ตามคอ แขน ขา ของเด็กๆ เคล็ดลับอีกวิธีคือนำผ้าชุบน้ำแช่เย็นสัก 5-10 นาที ก่อนใช้งาน จะเพิ่มความเย็นมากขึ้น เห็นไหมคะวิธีคลายร้อนที่ไม่ยุ่งยากเพียงผ้า 1 ผืนเท่านั้น  

 

10. ดื่มน้ำ

การดื่มน้ำวัน 7-8 แก้ว เป็นเรื่องที่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว แต่หากร้อนมากๆ จะดับกระหายคลายร้อนด้วยการจิบนำ้ผลไม้ น้ำเปล่า เย็นๆ สักแก้วก็ไม่ผิดอะไร เพียงแค่จำกัดความหวานที่ลูกจะได้รับแค่นั้นเอง 

 

11. ปลูกต้นไม้ 

เปลี่ยนความร้อนรุ่มทางกายและใจ มาทำกิจกรรมสร้างสรรค์และสานสัมพันธ์ของคุณกับลูกๆ ด้วยการปลูกต้นไม้ในบ้าน ให้ร่มเงาและความสดชื่นกันค่ะ 

 

อุณหภูมิความร้อนสูงแค่ไหน หากคุณเรียนรู้และสอนลูกรับมืออย่างมีสติ ไม่ให้ใจร้อนตาม รับรองว่า  อากาศจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ร้อนแค่ไหนคุณและลูกก็ไม่ร้อนเพราะเอาอยู่ค่ะ 

 

Mother & Care Free Mag VOL.12 NO.136