เด็กติดขนมกรุบกรอบ จนมีภาวะเลือดจาง จริงหรือ

 

งานวิจัยของกรมอนามัยได้สุ่มตรวจเลือดนักเรียนชั้น ป.1 ทั่วประเทศกว่า 5,000 คน พบเด็กไทยทุก 100 คน จะมีผู้ที่โลหิตจางสูงถึง 30 คน ที่สำคัญ คือ ขาดธาตุเหล็กและโลหิตจาง 

 

เมื่อทดสอบศักยภาพความฉลาดทางสติปัญญาหรือไอคิว พบว่าต่ำกว่าเด็กที่ไม่มีภาวะโลหิตจาง ยิ่งขาดธาตุเหล็กนานๆ โดยไม่รู้ตัวยิ่งมีผลเสียต่อสติปัญญา แล้วลูกล่ะขาดธาตุเหล็กหรือไม่ เห็นกินแต่ขนม เราไปติดตามกันค่ะ

 

สาเหตุของภาวะเลือดจางส่วนใหญ่ของวัยซน

 

ส่วนใหญ่มาจากขาดวิตามิน เกลือแร่ และโปรตีนบางประเภท เพราะติดกินขนมกรุบกรอบ อาหารขยะ

 

เมื่อลูกติดขนมถุงกรุบกรอบมากกว่าข้าว

 

- เด็กที่กินขนมมาก แต่กินอาหารหลัก 3 มื้อน้อยจะทำให้เด็กผอม รวมทั้งอาจขาดวิตามิน เกลือแร่ ทำให้ซีด เลือดจาง หรือเกิดภาวะขาดสารอาหาร

 

- ขนมในปัจจุบันที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลเป็นหลัก เมื่อกินเข้าไปจะส่งผลเสียต่อระบบโภชนาการของร่างกาย โดยความหวานทำให้อิ่ม และกินอาหารมื้อหลักได้น้อยลง

 

- นอกจากส่งผลเสียต่อร่างกายแล้ว อาจส่งผลเสียทางด้านจิตใจ เด็กมักจะมีความก้าวร้าวและมีพัฒนาการช้ากว่าปกติ

 

ทำให้การใช้พลังงานของร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง และมีผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันโรคทำให้ร่างกายอ่อนแอเป็นโรคต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

 

- เด็กที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต นักโภชนาการแนะนำให้กินขนมให้น้อยที่สุด พ่อแม่ควรให้กินหลังมื้ออาหารทันที และต้องกินไม่เกินหน่วยบริโภค (1 ถุง หรือซองเล็กต่อวัน

 

เมนูจำเป็นสำหรับเด็กเลือดจาง

 

แนะนำให้กินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ใน1 วัน

 

- เน้นผักใบเขียวเข้ม ลูกเกด จมูกข้าวสาลี สตรอเบอรี่ ผักชีฝรั่ง แอพริคอต ฟักทองและเมล็ดฝักทอง

 

- เนื้อสัตว์ จำพวกตับ เลือดหมู เลือดไก่ เครื่องใน

 

- เพิ่มอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี เพื่อช่วยในการดูดซึมเหล็ก

 

- ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ ถั่ว

 

ระวังอาหารที่ทำให้เลือดจาง

 

- ขนมที่มีโซเดียมในปริมาณมากเกินไป พวกขนมกรุบกรอบ หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มีซองเครื่องปรุงอยู่ เด็กจะได้รับแต่พลังงาน แต่ไม่มีสารอาหารใดๆ ที่เป็นประโยชน์

 

ไม่ควรซื้อขนมเก็บไว้ในบ้านเป็นจำนวนมาก เพราะจะทำให้เด็กกินมากจนเกินไป ควรปลูกฝังให้กินผลไม้แทนขนมหวาน และกินอาหารให้ครบ 5 หมู่