ทำอะไรๆ ด้วยกัน เพิ่มความสุข ความเข้าใจในบ้าน

 

เปิดเทอมแล้ว เด็กๆ เข้าสู่ระบบการเรียนอย่างเต็มรูปแบบ เด็กเล็กๆ ที่เพิ่งเข้าเรียนส่วนใหญ่ปรับตัวกับโรงเรียนได้แล้ว เด็กโตก็เริ่มมีการบ้าน มีงานส่งมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็ยังคงทำหน้าที่พ่อแม่ของตัวเองอย่างเต็มกำลัง 

 

เมื่อดูแลลูกในเรื่อง กิน อยู่ หลับ นอน รวมถึงเรื่องการเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อย่าลืมเรื่องการ “เล่น” ด้วยกัน เรื่องเล่นนี่ไม่ใช่เฉพาะเด็กเล็กที่ชอบ เด็กโตก็ชอบเหมือนกันเพียงแต่หาเรื่องเล่นที่เหมาะกับวัยเขา ต้องมีแน่นอน 

 

หลายครอบครัวเมื่อลูกเข้าสู่วัยรุ่นก็เริ่มห่างเหินกัน ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น ลูกเรามีเพื่อนมากขึ้น มีโลกส่วนตัวมากขึ้น เมื่อพ่อแม่ไม่ต้องดูแลลูกในเรื่องส่วนตัวสักเท่าไหร่ ก็เลยหันไปทำงานมากขึ้น หรือคิดว่าลูกไม่ต้องการให้ใกล้ชิดมาก

 

ซึ่งถ้าพื้นฐานครอบครัวแข็งแรง พ่อแม่ลูกก็ยังคงเป็นแรงดึงดูดซึ่งกันและกันเสมอ แต่ถ้าครอบครัวค่อนข้างเปราะบาง หรือความสัมพันธ์ไม่ดีพอ เราอาจรู้สึกว่าห่างไกลกับลูกมากขึ้นไปเรื่อยๆ ได้ 

 

ยังไม่สายค่ะ ถ้าเราจะเริ่มทำอะไรกับลูก ก็ต้องเร่ิมตั้งแต่ตอนนี้ กิจกรรมมากมายที่พ่อแม่ลูกสามารถเล่นด้วยกันได้ 

 

ออกกำลังกาย เลือกมาสัก 1 ชนิดกีฬาที่ทุกคนสามารถร่วมเล่นด้วยกันได้ เช่น บาสเก็ตบอล ปิงปอง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน แบตมินตัน วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือจะเป็น ลูกเล่นสเก็ตบอร์ด พ่อกับแม่ปั่นจักรยาน แล้วแต่การออกแบบที่ทำให้สามารถทำอะไรร่วมกันได้ 

 

เล่นเกม  ลองมาเล่นเกมกระดาน (board game) ต่างๆ ดูก่อน เช่น ไพ่ UNO ไพ่ Yugi เกมเศรษฐี หมากฮอส หมากรุก โกะ โดมิโน่ สแคปเบิล(scrabble) หรือจะให้ดีเข้าไปเสิร์ชหาดูว่า มีเกมไหนบ้างที่น่าเล่น แล้วลองไปเล่นกันดู รับรองสนุกกว่าเกมออนไลน์แน่อนน

 

กินข้าวด้วยกัน เลือกสัก 1 มื้อต่อวัน ที่แต่ละคนมีเวลา มีกฎว่าต้องวางมือถือ ปิดทีวี แล้วกินข้าวด้วยกัน ช่วยกันจัดกับข้าว ระหว่างกินก็พูดคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น กินเสร็จช่วยกันเก็บ ช่วยกันล้าง 

 

ดูหนัง การนั่งดูหนังด้วยกันกับลูก ก็ถือเป็นการใช้เวลาร่วมกันเหมือนกัน ดูเรื่องเดียวกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนสิ่งที่ได้ดูด้วยกัน 

 

การหาอะไรทำในครอบครัวร่วมกัน เป็นเรื่องสำคัญมากที่ไม่ควรละเลย อย่าคิดว่าก็อยู่ด้วยกันทุกวันอยู่แล้วจะต้องทำอะไรอีก เพราะการอยู่ด้วยกันไม่ได้หมายความว่าจะเข้าใจกันและกัน ถ้าเราไม่มีส่ิงที่ทำร่วมกัน เราก็จะไม่รู้ได้ว่าลูกเราคิด และรู้สึกอะไร อย่างไร ฉะนั้นไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน ก็ต้องมีกิจกรรมร่วมกันนะคะ