แม่จ๋า...หนูไม่อยากเป็น 'ผื่นผ้าอ้อม'

 

'ผื่นผ้าอ้อม' เป็นโรคยอดฮิตที่มักเกิดขึ้นกับลูกน้อยช่วงวัยเบบี๋ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่จะต้องสวมใส่ผ้าอ้อมเป็นอาภรณ์คู่กายตลอดเวลา จนทำให้เกิดเป็นผื่นผ้าอ้อม จนลูกร้องไห้ งอแง เพราะลูกรู้สึกแสบร้อน  เจ็บผิว แม่ๆ ที่รักลูกมาก อย่างเรา ต้องหาทางดูแลค่ะ

 

อยากรู้ไหม ผื่นผ้าอ้อมเกิดจากอะไร

ผื่นผ้าอ้อม ไม่ได้เกิดจากตัวผ้าอ้อมโดยตรง แต่เกิดเนื่องจากผลของการใช้ผ้าอ้อม เช่น ความร้อน อบ อับ เปียกชื้น เหงื่อที่ผิวหนัง ปัสสาวะและอุจจาระที่ติดอยู่ที่ผ้าอ้อม รวมถึงการดูแลผิวหนังบริเวณนั้นไม่ถูกต้อง ทำให้ผิวหนังเปียกชื้น เมื่อสัมผัสกับปัสสาวะและอุจจาระเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดการระคายเคือง เป็นผื่นแดง เปื่อยเป็นแผล และอาจติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย 

 

ป้องการเกิดผื่นผ้าอ้อมให้ลูกน้อยอย่างไรดี 

* การป้องกันผื่นผ้าอ้อมที่ดีที่สุด คือ การรักษาบริเวณก้นลูกน้อยให้แห้งอยู่เสมอ โดยหมั่นเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อย ๆ

* ทำความสะอาดอวัยวะเพศลูกน้อยทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อม โดยใช้ผ้าแตะซับผิวเบาๆ ให้แห้ง ระวังอย่าใช้ผ้าถู เพราะจะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคืองได้

* อย่าใส่ผ้าอ้อมให้แน่นจนเกินไป ซึ่งการสวมเสื้อผ้าและผ้าอ้อมให้ลูกน้อย ควรให้มีช่องว่างหลวมพอที่จะให้อากาศระบายได้ รวมทั้งควรหลีกเลี่ยงการสวมใส่ผ้าที่แนบติดตัวให้ลูกด้วย

 

 

ผื่นผ้าอ้อม...อันตรายหรือไม่?

* เมื่อมีอาการแรกเริ่ม ผื่นผ้าอ้อมอาจกลายเป็นเชื้อราอันตราย คือ แคนดิด้า (Candidiasis) ลักษณะของผื่นจะมีทั้ง แบบตุ่มแดง (Papule), ปื้นแดง (Plaque), หรือ ผื่นที่มีหนังลอกออกเป็นแผ่นๆ (Scale), และมักพบผื่นเล็กๆ ที่กระจายเหมือนมีการลามออกไปได้

* สามารถใช้ เบบี้เด็กซ์-เอ (Babydex-A) ทาบางๆ บริเวณผิว เพื่อช่วยเพิ่มความชุมชื่นให้กับผิวของลูกน้อย ลดการเสียดสีกับผ้าอ้อม ซึ่งลดการระคายเคืองได้เป็นอย่างดี และควรทาลงบนบริเวณผิวทุกครั้งก่อนใส่ผ้าอ้อม 

* ไม่ควรทาแป้งบริเวณขาหนีบ และอวัยวะเพศของลูก

* หากดูแลรักษาตามวิธีข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือเมื่อสงสัยว่าลูกอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรีย เป็นตุ่มหนอง หรือเป็นผื่นจากเชื้อรา ควรพาลูกไปพบแพทย์ เพื่อทำการรักษาให้หายจากอาการผื่นผ้าอ้อม 

 

เมื่อดูแลใส่ใจสุขภาพลูกน้อยเป็นอย่างดีแล้ว ลูกน้อยก็จะเติบโตรุดหน้า ร่าเริง สดใส อารมณ์ดี ไม่มีปัญหาผื่นผ้าอ้อมรบกวนอีกต่อไป คุณแม่สามารถติดตามรับสาระข้อมูลดีๆ เพื่อการดูแลสุขภาพลูกน้อยเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/babydex.th