ทำอย่างไร เมื่อหนูไม่ชอบกินเนื้อสัตว์

 

จะทำอย่างไรเมื่อลูกรักไม่ชอบกินเนื้อสัตว์ เนื้อไก่ก็ไม่ชอบ เนื้อหมูก็ไม่เอา สับก็แล้ว บดก็แล้ว เจ้าตัวเล็กก็ช่างรู้มาก ขนาดคุณแม่ผสมเนื้อสัตว์ใส่ปรุงในจานข้าวนิดหน่อยก็โยเยไม่ยอมกินซะแล้ว ถ้าไม่กินแบบนี้ไปเรื่อยๆ ลูกจ๋าของแม่จะนำโปรตีนจากที่ไหนไปช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายกันนะ

 

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังกังวลใจกับเรื่องนี้อยู่ก็สบายใจกันได้แล้ว เพราะเมื่อลูกไม่กินเนื้อสัตว์ เราก็สรรหาแหล่งอาหารอื่นๆ ที่อุดมไปด้วยสารอาหารประเภทโปรตีนมาทดแทนกันได้ 

 

แหล่งอาหารทดแทนเนื้อสัตว์

 

ไข่ 

 

เป็นแหล่งอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพดี มีกรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน มีพร้อมทั้งวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ นอกจากนี้ไข่ยังสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลาย เช่น ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ไข่ดาว ไข่เจียว ข้าวผัดไข่ ไข่พะโล้ ไข่ลูกเขย ไข่ยัดไส้ ฯลฯ

 

นมและผลิตภัณฑ์จากนม

 

นอกจากนมจะอุดมไปด้วยแคลเซียมแล้ว นมและผลิตภัณฑ์จากนม (โยเกิร์ต, ชีส, เนยแข็ง เป็นต้น) ยังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอดที่คุณพ่อคุณแม่ควรมีติดตู้เย็นไว้เสมอ โดยนมที่ควรเลือกให้เด็กๆ ดื่มนั้นควรเป็นนมสดรสจืด ส่วนโยเกิร์ตก็ควรเป็นรสธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดรสหวาน อีกทั้งเด็กๆ ยังได้รับคุณค่าจากนมสดอย่างเต็มที่ โดยไม่มีการเจือปนจากสารปรุงแต่งหรือน้ำตาลจากน้ำผลไม้

 

เนื้อปลา

 

สาเหตุหนึ่งที่เด็กๆ ไม่ชอบกินเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อวัวอาจเพราะเคี้ยวลำบาก เคี้ยวเมื่อใดติดฟันทุกที ด้วยเหตุนี้คุณพ่อคุณแม่จึงควรลองนำเนื้อปลามาปรุงอาหารให้เด็กๆ กิน เพราะเนื้อปลาจะมีเนื้อที่นุ่มกว่า เคี้ยวง่ายกว่า อีกทั้งยังย่อยง่ายกว่าเนื้อสัตว์อื่นๆ ด้วย เมนูจากเนื้อปลาก็สามารถทำได้ทั้งปลาทอด ปลานึ่ง ข้าวต้มปลา ปลาเผา เป็นต้น

 

อาหารทะเล

 

ปลา กุ้ง ปลาหมึก หอย ปู ล้วนเป็นอาหารทะเลที่อุดมไปด้วยโปรตีนและเป็นแหล่งไอโอดีนที่จำเป็นสำหรับร่างกาย คุณพ่อคุณแม่อาจเลือกนำมาประกอบอาหารให้เด็กๆ กินหมุนเวียนสลับกันไป 

 

เห็ด

 

อีกหนึ่งแหล่งอาหารเพื่อสุขภาพที่มีโปรตีนสูง มีวิตามิน แร่ธาติและกรดอะมิโนบางชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย มีเส้นใย ไขมันต่ำ และย่อยง่าย เห็ดแต่ละชนิดนอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้วยังมีสรรพคุณทางยาที่แตกต่างกันไปด้วย เช่น เห็ดหอมช่วยลดไขมันในเส้นเลือด เพิ่มภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสและมะเร็ง เห็ดหูหนูใช้เป็นอาหารบำรุงไตตามตำราแพทย์แผนจีน เห็ดฟางช่วยลดความดันโลหิต ฯลฯ การนำเห็ดมาปรุงอาหารสามารถทำได้หลายเมนู เช่น ผัดผักใส่เห็ด ยำ ต้มยำ ชุบแป้งทอด แกงจืด ฯลฯ

 

ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

 

ถั่วเหลืองจัดได้ว่าเป็นพืชที่มีโปรตีนสูง ประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างครบถ้วน มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากมาย มีใยอาหารสูง และมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันชั้นดี ช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดและลดการสะสมของไขมันในร่างกาย ในเด็กที่แพ้นมวัวหรือแพ้แลคโตสในนมอาจเลือกดื่มนมถั่วเหลืองแทนได้ โดยมากเรามักกินถั่วเหลืองโดยผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ดังนี้ เต้าหู้ น้ำเต้าหู้ ฟองเต้าหู้ เต้าฮวย โปรตีนเกษตร ถั่วงอกหัวโต ซอสปรุงรส ซีอิ๊ว เต้าหู้ยี้ เต้าเจี้ยว เป็นต้น

 

สาหร่าย

 

คุณค่าของสาหร่ายนอกจากจะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีแล้ว ยังมีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มีปริมาณไขมัน น้ำตาลและแป้งอยู่น้อย สาหร่ายที่นำมากินมีทั้งสาหร่ายน้ำจืดและสาหร่ายทะเล ซึ่งสาหร่ายทะเลยังจัดว่าเป็นแหล่งไอโอดีนที่ดีอีกด้วย โดยมากสาหร่ายจะมีขายแบบที่ต้องนำมาประกอบอาหารกับแบบสำเร็จรูปพร้อมกิน หากนำมาปรุงอาหารมักจะนำมาใส่ในแกงจืด สำหรับสาหร่ายพร้อมกินนั้นแนะนำให้เลือกแบบไม่ปรุงรส และกินแบบอบดีกว่าทอด เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมไขมัน โซเดียม น้ำตาล และผงชูรสเข้าไปในร่างกาย

 

ธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้งและถั่วเปลือกแข็ง

ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ลูกเดือย งา เมล็ดทานตะวัน เมล็ดฟักทอง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ วอลนัท อัลมอนด์ ถั่วพีแคน ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ เป็นต้น ของกินเหล่านี้ล้วนมีคุณค่าทางโปรตีน วิตามิน เกลือแร่ เส้นใย และไขมันมากน้อยแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงควรกินแต่พอดีและหมุนเวียนสับเปลี่ยนอยู่เสมอ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลาย

 

จากวัตถุดิบที่แนะนำมาข้างต้น คุณพ่อคุณแม่ก็น่าจะสบายใจได้ว่าแม้นลูกจะไม่ชอบกินเนื้อสัตว์แต่เราก็ยังมีแหล่งอาหารอื่นๆ ที่สามารถกินทดแทนกันได้ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่รู้จักนำมาดัดแปลงในเมนูอาหารหรือเสริมในเมนูอาหารว่าง เด็กๆ ก็น่าจะให้ความสนใจและเต็มใจที่จะเลือกมากินโดยไม่งอแงอีกเป็นแน่